แจ้งจับ คือ ขาดทุน ???

แจ้งจับ คือ ขาดทุน ???

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_5795940

แจ้งจับคือขาดทุน

23 ม.ค. 2564 - 08:00 น.
 
 
 
คอลัมน์ ใบตองแห้ง

แจ้งจับคือขาดทุน - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งคำถามการจัดซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (SBS) ประยุทธ์เดือดแค้นประกาศเอาผิด แล้วพุทธิพงษ์ กปปส. ก็ตอบสนองทันใจ ส่งคนไปแจ้ง ปอท.ทั้ง พ.ร.บ.คอมพ์ และ 112 โทษร้ายแรง

ได้ผลไหม ได้สิ สื่อต่างชาติเพิ่งประโคมข่าวคุก “อัญชัญ” 87 ปี ก็ตีข่าว 112 อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ต่อเนื่องกันไป ในประเทศก็เปลี่ยนประเด็น แทนที่จะถกเถียงกันว่าเรื่องที่ธนาธรพูดกับที่รัฐบาลชี้แจง ใครมีน้ำหนักกว่า ก็กลายเป็นถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องนี้พูดไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้?

ว่าที่จริง ถ้าแหวกคำพูดเฟ้อๆ ของฝ่ายรัฐ เอาเนื้อหาสาระมาจัดลำดับใหม่ ก็พอเข้าใจได้ ถึงที่มาที่ไป เจตจำนง ในการสนับสนุนให้ SBS ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี

ผอ.สถาบันวัคซีนชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เลือก SBS แอสตราเซเนกาเลือกเอง ผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง SCG กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกว่าสิบปี แต่การที่ SBS จะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตวัคซีนปีละ 200 ล้านโดสจำหน่ายในภูมิภาคนี้ ก็ต้องทำงานร่วมกันเป็น “ทีมไทยแลนด์” โดยรัฐต้องสนับสนุน 2 ข้อคือ ซื้อวัคซีนแอสตราฯ 26 ล้านโดส และสนับสนุนงบ 595 ล้านพัฒนาศักยภาพ SBS (SCG ให้อีก 100 ล้าน) โดย 595 ล้านนี้จะได้คืนเป็นวัคซีน

พอเข้าใจได้ในมุมมองของรัฐว่า ถ้าบริษัทไทยจะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตวัคซีนในอาเซียน ก็ถือเป็นความอุ่นใจ เป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข ควรสนับสนุน ไหนๆ เราก็ต้องซื้อวัคซีนอยู่แล้ว

แต่ปัญหาของรัฐบาลคือ ไม่ได้ชี้แจงอย่างนี้เสียตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การแถลงข่าวในเดือน พ.ย. รัฐพูดแต่ด้านชื่นชม ไม่ตระหนักว่าในมุมมองของคนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เมื่อใช้เงินภาษีไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน ก็จะต้องชี้แจงให้โปร่งใสถึงที่มาที่ไป ไม่มีสิทธิพิเศษ

รัฐบาลไม่ได้เลือก เขามี connection กันเอง ไม่เกี่ยวขาดทุนกำไร รัฐบาลขอเปลี่ยนเป็นโรงงานองค์การเภสัชไม่ได้ รัฐบาลก็เลยสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศในระยะยาว ฯลฯ ไม่ยักพูดอย่างนี้ แม้แต่กรณีเงินสนับสนุน 595 ล้านจะได้คืนเป็นวัคซีน ประชาชนก็เพิ่งรู้หลังจาก “ไอ้ทอน” ทวงถาม (ทั้งที่มีมติ ครม.ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563)

ที่น่าขำคือพอโดนทักเรื่องล่าช้า วัคซีนแอสตราฯ ก็เหาะมาจากอิตาลีในทันใด 50,000 โดส ผ่าน อย.อย่างฉับไว

 

นี่ยังไม่รู้เลยว่าอีก 35 ล้านโดสจะมาจากไหน ทั้งที่เมื่อเราสนับสนุนให้ SBS ผลิตในประเทศ ก็ควรรอที่ SBS ผลิตสิ ไปเอาของที่อื่นมาตัดหน้าของไทยได้อย่างไร

 

รัฐคงไม่คิดใช่ไหมล่ะว่าโควิดจะระบาดรอบใหม่ คิดว่ารอได้ถึงเดือนมิถุนายน พอระบาดก็ตื่นตูมสั่งวัคซีนซิโนแวค 2 ล้านโดส แอสตราฯ 35 ล้านโดส

นี่เป็นปัญหาบริหารจัดการ ผสมโรงกับการไม่ทำให้เคลียร์เสียแต่ต้น ดังนั้นจะโทษใคร ตอนนี้ยิ่งลามไปใหญ่ เรียกร้องให้เปิดเผยเอกสาร รัฐมนตรีก็บอกให้ไปหาในเว็บไซต์ ทำให้เรื่องที่ควรจะเปิดได้กลายเป็นถูกปิด

อย่าลืมว่าโควิดรอบใหม่ทำให้เครดิตรัฐบาลติดลบลงไปไม่มีขีดจำกัด จากที่ลบอยู่แล้ว ทั้งปัญหาบ่อนพนัน แรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการสับสน ชาวบ้านก่นด่ารัฐราชการ จ่ายเงินเยียวยาก็กลายเป็น “สมาร์ตโฟนชนะ” คนยากคนจนต้องเอา 3,500 ไปซื้อสมาร์ตโฟนก่อน

พลังคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องปฏิรูปสุดเพดานก็ไม่ได้หายไปไหน แค่เรียกร้องจนสุดแล้วรอเงื่อนไขจุดม็อบครั้งใหม่ ใช้เวลานี้จัดขบวน ทำงานมวลชนสัมพันธ์ พร้อมทั้งจรยุทธ์ทำสงครามป้าย “ยกเลิก 112” พอตำรวจขี่ช้างใช้กำลังหลายร้อยไล่จับ ก็ถูกเย้ยหยัน เกียรติตำรวจของไทย บ่อนอยู่ตรงไหนรู้หรือยัง

อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ชี้ว่าการดำเนินคดีธนาธรเป็นความผิดพลาดสำคัญอีกครั้ง หลังจากไม่ยอมให้เข้าสภา ยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้เกิดแฟลชม็อบทุกมหาวิทยาลัย ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ม็อบคนรุ่นใหม่ยกระดับขึ้นไล่ประยุทธ์ เรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ธนาธรที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง ความจริงก็มัวแต่ไปยุ่งกับเลือกตั้งท้องถิ่น

วันนี้ธนาธรกลับมายืนแถวหน้าแล้ว เพราะโดน 112 เช่นเดียวกับเพนกวิน, รุ้ง, อานนท์ นำภา และคนรุ่นใหม่รวม 55 คน แม้จะมาในอีกแนวรบหนึ่ง แยกกันเดิน พูดได้ว่าการแจ้งจับธนาธร เท่ากับเตรียมความพร้อมให้การเมืองหลังโควิด ยิ่งร้อนระอุไปใหญ่

สลิ่มปรามาสว่า คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้ง ทั้งที่ได้ 2.67 ล้านใน 42 จังหวัด การเมืองปัจจุบันเห็นชัดว่า อุดมการณ์อนุรักษนิยมเหลือมวลชนน้อยนิด ผู้ชนะเลือกตั้งตัวจริงคือระบบอุปถัมภ์ “บ้านใหญ่” ขณะที่การเมืองใหม่ อุดมการณ์ปฏิรูป กำลังขยายอย่างเข้มแข็ง

ผู้มีอำนาจไม่ตระหนักว่า กระแสการเมืองกำลังเปลี่ยนจากเอาประยุทธ์-ไม่เอาประยุทธ์ ไปสู่เอาปฏิรูป-ไม่ปฏิรูป แล้วยังลากธนาธรมายืนแถวหน้า ไม่รู้ว่าตัวเองขาดทุน ยังคิดว่าได้กำไร

 

การ์ตูน เซีย

 

 การ์ตูน จ๊ะโอ๋

 
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2

8 ความเห็น

 
ICT

'ตายาย'นั่งเหงาๆรอลูกค้า ไม่มีสมาร์ทโฟนลง'คนละครึ่ง'

เราไม่ชนะทุกคน! สาวโพสต์เรื่องราวสุดเศร้า สองตายายร้านก๋วยเตี๋ยวนั่งเหงา ลูกค้าไม่เข้าร้าน ไม่มีแอพ มีเพียงโทรศัพท์ปุ่มกด ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” ไม่ได้

เสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 11.30 น.

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงอยู่บนโลกออนไลน์ในขณะนี้ ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เผยเรื่องราวของสองตายที่ขายก๋วยเตี๋ยว ย่านถนนเส้นกาญจนาขาเข้าถนนพระราม2 ที่ต้องนั่งเหงาเนื่องจากไม่รู้ลูกค้าเข้าร้าน เพราะไม่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้ร่วมรายการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า

“พิกัดหน้าหมู่บ้านดีเค เส้นกาญจนาขาเข้าถนนพระราม2 มาอุดหนุนตากับยายได้น๊า ร้านตายายไม่มีคนละครึ่งไม่ได้ร่วมรายการสั่งอาหารในแอป ตายายบอกทำไม่เป็นโทรศัพท์มีแค่โทรเข้ากับโทรออก พีคกว่านั้นถุงโทรศัพท์ของยายเป็นถุงยาไปอีก สู้ๆนะตากับยาย”

ต่อมาหลังจากนั้น เจ้าของเฟซบุ๊กได้ออกมาอัพเดทเรื่องราวของ 2 ตายาย ที่เริ่มมีคนมาซื้ออาหาร โดยระบุว่า “เห็นหลายคนดีใจที่ลงทะเบียนคนละครึ่งทัน และอีกหลายคนที่เตรียมลงทะเบียน #เราชนะ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่หมดสิทธิ์ คนที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน คนที่จะหาอาหารให้อิ่มท้องในแต่ละวันยังลำบาก จะมีวิธีการไหนช่วยเหลือคนเหลานี้ #เราไม่ชนะทุกคน ภาพแรกเมื่อวานที่ฉันเจอร้านเงียบมากแทบขายไม่ได้เลยภาพที่สองของวันนี้มีน้องส่งมาให้ ดีใจสุดๆเลย ขอขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่เปนกระบอกเสียงให้คุนตาคุนยายขายดีในวันนี้”

“เย้ๆๆหมดเกลี้ยงเลยได้กลับบ้านไปพักผ่อนน๊า ขาแกไม่ดียืนนานไม่ได้ปกติแกนั่งจนชินเพราะขายไม่ค่อยดีแต่วันนี้แกยืนทั้งวันเพราะทุกคนมาอุดหนุนแกตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งร้านเลย ตายายฝากขอบคุณทุกคนที่มาอุดหนุนด้วยนะคะ รอยยิ้มของความดีใจ สู้ๆนะตายาย”

 

..... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/regional/820833

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    5
 
ICT
โรคห่า ? จากเหอเป่ย

หนังสือชื่อ “ท่องไปในดินแดนสามก๊ก อู่ฮั่น-หูเป่ย” (เรือนแก้วการพิมพ์ ชินวัตร ตั้งสุทธิจิต ปริวัฒน์ จันทร เขียน เรียบเรียง ทองแถม นาถจำนง บก.) เล่มล่าที่มาถึงมือ นี่คือหนังสือที่ต้องรีบอ่าน

Powered by Streamlyn

ผมเลือกเรื่อง โรคห่าระบาดจากมณฑล เหอเป่ย นี่ล่ะ หัวข้อที่เข้ากับสถานการณ์

ราวปี พ.ศ.1874 ที่มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน สมัยราชวงศ์หยวน (มองโกล) รัชสมัยจักรพรรดิ หยวนเหวินจง หรือจายาตู ข่าน เกิดการระบาดของโรคห่าครั้งใหญ่

ก่อนหน้านั้นราวสองปี คูสาลา พระเชษฐาธิราช ได้ยึดอำนาจ ขึ้นครองราชย์แทนพระอนุชาธิราชได้แปดเดือน ทรงพระนาม คูบุกตูข่าน หรือจักรพรรดิหยวนหมิงจง แล้วถูกวางยาพิษสิ้นพระชนม์

พระอนุชาธิราช กลับมาครองอำนาจดังเดิม

การเมืองพลิกผัน อำนาจในราชสำนักจึงอยู่กับเหลาผู้สำเร็จราชการ จึงไม่มีใครสนใจช่วยชาวบ้าน ถึง พ.ศ.1881 เกิดโรคระบาดซ้ำ ทั้งความแห้งแล้งก็ตามมานานหลายปี

มีบันทึกว่า รัชสมัยจักรพรรดิฮุ่ยจง หรือเทียมู่เอ๋อ ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หยวน ทั่วแผ่นดินจงหยวน มีคนตายไปถึงสองในสามของประชากรจีน

กลียุคที่คนจีนทุกข์ยากคับแค้น เป็นที่มาของชาวจีนผู้เลื่อมใสลัทธิบัวขาว ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านการปกครองของมองโกล รวมตัวกันทั่วภูมิภาคจีนตอนเหนือ และจีนตอนใต้ โจมตีเมืองต้าตู (ปักกิ่ง) อยู่เสมอ

แม้ทางการจะส่งกองกำลังเข้าปราบปราม แต่ก็เอาไม่อยู่

ความทุกข์ยากคนจีนยุคนั้น แสดงชัดเจน พระในวัดศาสนาพุทธและพระในลัทธิเต๋า อยู่กับวัดไม่ไหว ต้องออกภิกขาจารเพื่อหาอาหารประทังชีวิตต่างเมือง

เวลาสุดท้ายราชวงศ์หยวนใกล้เข้ามา พ.ศ.1898 หัวหน้ากลุ่มชาวนา ที่ทางการเรียก โจรโพกผ้าแดง ฉีโจวหวาง ตาย จูหยวนจาง ลูกเขยขึ้นเป็นผู้นำ เขาสามารถรวบรวมกองกำลังแถบลุ่มแม่น้ำฉางเจียงไว้ได้

และในที่สุด เขาขึ้นปราบดาภิเษก ก่อตั้งราชวงศ์หมิง พระนาม จักรพรรดิหงอู่ ยึดเมืองนานกิง เป็นฐานที่มั่น และในปีเดียวกัน ก็เคลื่อนทัพเข้ายึดนครต้าตู โค่นล้มราชวงศ์หยวนลงได้

ใน พ.ศ.1910 เปลี่ยนชื่อนครต้าตู เป็น “เป่ยผิง”

ช่วงเวลาปลายราชวงศ์หยวน ที่จูหยวนจาง รบรุกและไล่มองโกลออกไป เป็นฉากเรื่องราวในนิยายกำลังภายใน เรื่อง มังกรหยก ที่กิมย้ง เขียน

ก๋วยเจ๋ง หรืออึ้งย้ง หรือเตียบ่อกี้ ที่แฟนมังกรหยก รู้จักดี เป็นคนในยุคนี้แหละ

ประเด็นที่เป็นคำถาม อำนาจในแผ่นดินจีนที่พวกมองโกลได้เข้ายึดครอง เริ่มอ่อนแอลง เพราะราชวงศ์หยวนแย่งอำนาจกันเอง หรือปกครองอย่างกดขี่ราษฎรอย่างโหดร้ายทารุณจนคนจีนทนไม่ไหวหรือไม่

คำตอบ การกดขี่มีส่วนหนึ่ง ตามปกติของคนต่างเผ่าที่ปกครองคนจีนกลุ่มใหญ่ แต่ความคับแค้นของคนจีนที่สั่งสุมรุมเร้าจนต้องลุกฮือกันต่อสู้นั้น

เริ่มต้นมาจากโรคห่า...ที่ระบาดทำลายชีวิตผู้คนในแถบเหอเป่ย

การต่อสู้ เริ่มต้นจากการเอาชีวิตให้รอด...จนแปรมาเป็นการต่อสู้เพื่อโค่นล้มอำนาจจากชนต่างเผ่า ราชวงศ์หมิงก่อตั้งจนเข้มแข็งมั่นคงมาได้ ด้วยอุปการะจากโรคห่า...ที่ระบาดคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

โรคไวรัสโควิด-19 ที่จริง ก็คือโรคห่า อีกสายพันธุ์...ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เหมือนในเมืองจีนในอดีต...หรือในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน โค่น ทรัมป์ ลงได้ ก็เพราะมี โควิด-19 เป็นตัวช่วยสำคัญ

ผมหวังว่า โรคห่าสายพันธุ์ล่า...คงจะไม่โค่นรัฐบาล ในบางบ้านเมือง ที่ผู้นำทำอะไรที่ไม่เข้าตาประชาชน.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2017693

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่สมองควาย

เปื่อย

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    1
 
big60

บอกตรงๆ มันไม่เหมือนการเยียวยาสักเท่าไหร่ เยียวยาคือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนโดยตรง จะวิธีใหนก็ตาม ต้องถึงแก่ผู้เดือดร้อนโดยตรง ไม่แชร์ไปที่อื่นอีก

...

อันนี้ ดูเหมือนไม่ตรงซีะทีเดียว เหมือนการเสี่ยงโชค หรือเกมส์โชว์อะไรประมาณนั้น และถึงแม้มีโชคได้แล้ว ก็ยังแชร์ไปที่อื่นอีก ไม่ให้ผู้เดือดร้อนทั้งหมด

...

จะถึงก็ผู้ที่เดือดร้อน แต่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ กับผู้ที่ไม่เดือดร้อนเลยคือนายทุน ถ้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ คงไม่มีกรณีออกมาโดดน้ำตายพร้อมลูกสาว

...

หรือกรณีผูกคือตายเพราะตกงาน ผู้ที่ยังพอลงทะเบียนได้ อย่างน้อยต้องมีมือถือ ซึ่งราคาแย่สุดสุดก็เกือบครึ่งหมื่น มีเงินใช้เน็ตอยู่ ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลย

...

ส่วนผู้ที่เดือร้อนจริงๆ ไม่มีอะไรเลย ตกงาน ไม่มีข้าวกิน ไม่มีทางได้รับการเยียวยาเลย

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    3
 
Prem

มันพลาดเอง....ความเคนชินที่เป็นเผด็จการซะเคย....เลยทำให้มันลุแก่อำนาจ....พอเจอะของจริงเรื่องจริงจากไ้ทอน....ไอ้ตูดก็ไปไม่เป็น....ต้องงัดเอา 112 ออกมาสู้.....ไอ้ตูดมึงพลาดแล้วคราวนี้ ....เพราะไอ้ทอนมีหลักฐานอยู่ในมือเต็มไปหมด.....555 ปลาหมอแท้ๆนะมึง....เอาซี่คราวนี้ต่อให้สิบไอ้วิดนุอีก....แก้แหไม่ออกแน่นอน....ไอ้บีมึงระวังแจ้งความเท็จนะโว้ย

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    2
 
Prem

... ไอ้ห่าตูด มันลุแก่อำนาจ....คิดว่าใครมำอะไรคนให้ท้ายทันไม่ได้ .....ก็เลยเผลอคิดไปว่า....มันเป็นราชนิกูลด้วย...เลยคิดว่า 112 คุ้มกะลาหัวมัน

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    5
 
เล็กโทรนิคส์

595ล้านบาท  จะคืนด้วย วัคซืน ..... เขาบอกหรือเปล่าว่า จะคืนด้วยวัคซีน จำนวน 26ล้านโดส เท่านั้น หรือมากกว่า  หรือ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น   เพราะเป็นเอการทางการค้า   เอาให้แน่  และเมื่อใด ไม่ใช่อีก 10 จึงจะให้ตามสัญญา

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    7